บทความทดสอบ AudioPrism/Foundation 1 โดยคุณธานี โหมดสง่า นิตยสาร Audiophile No.29
 

AudioPrism : Foundation 1 Power Line Filter

 

ดูภาพขยาย

ตัวนี้เป็นของอเมริกา เป็นตัวกรองไฟเหมือนกัน รูปร่างทรงสีเหลียมเหมือนก้อนขนมปังปอนด์  ขนาดใหญ่พอสมควรแต่น้ำหนักไม่มากนัก (2.7 kg.) ตัวถังสีดำมีช่องปลั๊กตัวเมียแบบ 3 ขาให้เสียบใช้งานอยู่ทั้งหมด 8 ช่อง  มีการแยกสำหรับอุปกรณ์แต่ละประเภทเช่นเดียวกันกับตัวกรองไฟของ Magnet  สำหรับภาคแอมปลิฟายมีให้เลือกใช้ 2 ช่อง สำหรับเครื่องเล่นดิจิตัลมีมาให้ 2 ช่อง  และสำหรับเครื่องเล่นภาคฟร้อนต์เอ็นด์หรือ Source อีก 4 ช่อง  ซึ่งน่าจะหมายถึงสำหรับเครื่องเล่นที่เป็นระบบอะนาล็อก

                กระผมว่าช่องเสียบสำหรับภาคดิจิตัลให้มาน้อยไปหน่อย อย่างน้อยน่าจะสัก 3 ช่องกำลังดี  สำหรับชุดใหญ่ ๆ ที่ใช้ทรานสปอร์ต+ดี/เอ และพ่วงด้วยอุปกรณ์ปรับจิตเตอร์ ก็ต้องแยกเสียบเป็น 3 ชิ้นจะไม่พอใช้  น่าจะแบ่งเป็นอะนาล็อกกับดิจิตัลอย่างละ 3 ช่องเหมือนของแม็กเนท จะให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่า

เป็นเรื่องน่าแปลกที่ตัวกรองไฟตัวนี้ไม่มีจุดเปลี่ยนฟิวส์มาให้..!

                                   หรือมันไม่ใช้ฟิวส์…???             ดูภาพขยาย

 

กระผมมองหาซะรอบด้านก็ไม่เจอบางทีอาจจะอยู่ข้างในก็ได้ ทางบริษัทฯ แปะสติ๊กเกอร์แผ่นเล็ก ๆ ไว้ตรงมุมเครื่องเพื่อกันไม่ให้ผู้ใช้เปิดเครื่องออกมากถ้าสติ๊กเกอร์นี้เสียหายหรือหลุดออกก็เท่ากับว่าผู้ใช้ปฏิเสธการรับประกันโดยปริยาย  ดังนั้นไม่แนะนำให้แกะเครื่องออกมาโดยเด็ดขาด  ถ้ามีปัญหาแนะนำให้ส่งเข้าบริษัทฯสถานเดียว

กระผมไม่ได้เปิดเครื่องออกมาดูข้างในจึงไม่รู้วามีฟิวส์หรือเปล่า.?  บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่าผู้ออกแบบไม่ได้ใส่ฟิวส์ไว้ในวงจรก็ได้  เชื่อว่ามันน่าจะเป็นเคล็ดลับของการออกแบบมากกว่าอย่างอื่น  เนื่องจากหลายท่านมีความเชื่อว่าการใส่ฟิวส์คร่อมขาเข้าหรือขาออกของไฟฟ้าจะมีประโยชน์เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องที่มาเสียบใช้งานผ่านตัวกรองไฟตัวนั้นเกิดความเสียหายอันเนื่องจากไฟเกินอย่างรุนแรงเท่านั้น  ซึ่งในระดับไฮเอ็นด์เขาเชื่อกันว่า “ฟิวส์” แต่ละแบบแต่ละยี่ห้อมีผลต่อเสียงด้วย  ดีที่สุดก็คือไม่ต้องมีอะไรมาขวางคั่นนั่นเอง

นี่กระผมเดาเอานะ  อย่างที่บอกนั่นแหละบางทีฟิวส์อาจจะอยู่ในเครื่องก็ได้  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเวลาฟิวส์ขาดคุณก็ต้องส่งไปให้ช่างของบริษัทเขาเปลี่ยนให้ไม่ควรแกะเครื่องออกมาเปลี่ยนเอง  ยกเว้นจะพ้นระยะประกันไปแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ตัวกรองไฟตัวนี้ดูน่าเชื่อถือดี  ตัวถังแข็งแรง  มีสายไฟเอซีแถมมาให้ด้วย  สายไฟเอซีที่แถมมาให้ตัวนี้ไม่ใช่สายสีดำ ๆ ธรรมดานะครับ  แต่เป็นสายที่ทาง AudioPrism ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ  รูปร่างภายนอกดูโปรเฟสชั่นแนลมาก  น่าเกรงขามไม่แพ้สายไฟเอซีระดับไฮเอ็นด์ที่ขายกันเส้นละเป็นหมื่น ๆ ทั่ว ๆ ไปเลย  เท่าที่จับ ๆ บีบ ๆ ดูเนื้อในสายมีอยู่ด้วยกัน 3 เส้นยาวประมาณ 1 เมตร ด้านนอกห่อหุ้มด้วยแผ่นตาข่ายฉนวนพีวีซีดูเรียบร้อยสวยงาม  หัวเสียบตัวผู้และตัวเมียใช้ของยี่ห้อ Hubbell เกรดดีขนาดใหญ่ให้การเสียบใช้งานที่มั่นคงแข็งแรงวางใจได้

ตัวกรองไฟ Foundation 1 ตัวนี้มีสวิตช์เปิด/ปิดอยู่ด้านข้างตัวเครื่องใกล้กับปลั๊กเสียบเอซีตัวเมียหนึ่งตัว  สวิตช์ตัวนี้เป็นสวิตช์รวมสำหรับเปิดและปิดช่องเสียบทุกช่องพร้อม ๆ กัน ช่องเสียบทั้งหมดติดตั้งไว้ด้านบนทำให้สะดวกในการใช้งานมาก  ปลั๊กเสียบก็ให้ความแน่นหนามั่นคงดี...

เสียงก็ดีเหลือเกินคุณเอ๋ย.....

ถ้าคุณสามารถฟังความแตกต่างของแผ่นซีดีแบบรี-มาสเตอร์กับไม่ได้รีฯออก  คุณก็สามารถฟังความแตกต่างในการเสียบผ่านหรือไม่ผ่านตัวกรองไฟตัวนี้ออกได้อย่างง่าย ๆ เลย  มันให้ความแตกต่างที่ชัดเจนแทบไม่น่าเชื่อ ทันทีที่ทดลองเสียบแค่เครื่องเล่นซีดีผ่านตัวกรองไฟตัวนี้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นมันก็ทำให้กระผมถึงกับช็อคซะแล้ว..!!

เสียงดีขึ้นจมเลยฟังออกได้ชัดว่าเสียงดนตรีทุกชิ้นมีความเกลี้ยงเกลากลมกล่อมมากขึ้น  ความแข็ง-ความกระด้างที่เคยเกาะติดอยู่กับเนื้อเสียงอันตรธานไปจนหมดสิ้น  มันทำให้เสียงของซีดีมีความเป็นอะนาล็อกมากขึ้นทันที  ปลายเสียงแหลมละมุนหูขึ้นเยอะ  เสียงร้องก็ไม่บางมีเนื้อมีหนังที่เข้มข้นมากขึ้น กระผมว่ากระผมไม่ได้หูฝาดไปแน่ ๆ มันทำให้เสียงร้องมีความลื่นไหลและนุ่มนวลฉ่ำหวานขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ทีเดียวนะ

แหม... ก็ของชอบนี่ครับเสียงร้องเนี่ยมันให้คุณภาพตรงนี้ออกมาได้ดีก็ต้องถูกใจกระผมเป็นธรรมดา  ขนาดทดลองฟังแผ่นตลาดธรรมดา ๆ ยังออกมานุ่มนวลขึ้นตั้งเยอะ  เจอแผ่นออดิโอไฟล์เข้าไปก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าแผ่นดี ๆ นั้นบันทึกเสียงหายห่วงจริง ๆ เสียงของรีเบคก้าใสและหวานขึ้นอีกหลายกระบุง  มันให้อารมณ์ที่ต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราวทำให้นั่งฟังเพลินไปเลย

ใครชอบฟังเพลงคลาสสิกจะต้องติดใจเมื่อเสียบเครื่องเล่นซีดีผ่านตัวกรองไฟตัวนี้...!

เพราะคอเพลงคลาสสิกรู้ดีว่าเสียงเครื่องสายแบบดิจิตัลนั้นมันทั้งแห้งทั้งไร้อารมณ์ขนาดไหน  เชื่อมัยว่าพอเสียบเครื่องเล่นซีดีผ่านตัวกรองไฟ Foundation 1 ของ AudioPrism ตัวนี้แล้วเหมือนคุณเปลี่ยนเครื่องเล่นซีดีเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปเลย

จริง ๆ นะเอ้อ.... สาบานได้  ไมได้หูฝาดหรือประสาทหลอนแน่ ๆ ....

กระผมก็เพิ่งจะรู้ว่าเสียงของหมู่เครื่องสายที่ยกย่องกันว่าเป็นราชินีของวงออเคสตร้านั้นมันพลิ้วหวานขนาดไหน ถ้าไม่ได้เสียบผ่านตัวกรองไฟจะฟังแล้วแห้งและหยาบกระด้างไม่น่าฟัง  โดยปกติแล้วกระผมไม่ใช่แฟนเพลงคลาสสิกตัวจริงกับเขาหรอก  มีแผ่นเพลงคลาสสิกที่ชอบฟังอยู่ไม่ถึง 10 แผ่น  ตอนนี้ชักชอบฟังมากขึ้นซะแล้วสิหลังจากทดลองฟังผ่านเจ้าเครื่องกรองไฟตัวนี้นี่แหละ  เห็นทีจะฟังนาน ๆ ไม่ดีแน่  ประเดี๋ยวเดือดร้อนจะกลับไปฟังแบบไม่ผ่านไม่ได้เอา  โอ้ย... จะบ้าตายแค่ตัวกรองไฟตัวเดียวเนี่ยนะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

ตอนทดลองฟังนาทีแรก ๆ นั้นไม่ค่อยรู้สึกหรอครับว่ามันช่วยให้เสียงดีขึ้นสักกี่มากน้อย ต้องฟังไปนาน ๆ ทีนี้พอกลับไปฟังแบบไม่ผ่านไม่ได้เลย  รู้สึกทันทีว่าเสียงมันหยาบลง จังหวะจะโคนเปลี่ยนไปเลย  เสียงร้องก็เปลี่ยนไปเหมือนนักร้องขาดความตั้งใจในการขับร้องลงไปทันที แปลกจริง ๆ ....!

ตัวกรองไฟตัวนี้ก็มีอาการเหมือนกับ LC-1 ของแม็กเนทคือไม่ค่อยชอบให้เสียบหลายตัว  ตัวแรกที่เสียบใช้งานจะเห็นถึงความแตกต่างที่เด่นชัดมากที่สุด  เมื่อเสียบชิ้นต่อ ๆ มาจะเห็นความแตกต่างเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยลงไปเรื่อย ๆ ทางที่ดีถ้าใช้เพาเวอร์แอมป์ขนาดใหญ่กระผมแนะนำให้เสียบเพาเวอร์แอมป์ตรงเข้าปลั๊กไฟข้างฝาข้างบ้านไปเลยจะดีกว่า  ตัวกรองไฟใช้สำหรับเครื่องซีดี, ปรีฯ และอื่น ๆ จะให้ผลคุ้มค่าที่สุด  ในคู่มือของเขาเองก็ระบุไว้ว่าให้ทดลองเสียบใช้งานหลาย ๆ รูปแบบแล้วเลือกแบบที่ให้เสียงโดยรวมที่ดีที่สุดเพราะแต่ละชุดก็จะให้ผลต่างกันออกไป

ถ้าคุณใจถึงและเงินไม่ใช่ปัญหาขอเพียงแต่ให้ได้คุณภาพเสียงสูงสุด กระผมแนะนำให้แยกใช้งานตัวกรองไฟ Foundation 1 หนึ่งตัวต่อเครื่องเสียงหนึ่งชิ้นไปเลย

ไม่ได้ยุให้บ้านะครับแต่ดีจริง ๆ เชื่อมั้ยเล่า....

                                 ................................................

เหตุที่เลือกตัวกรองไฟทั้งสองตัวนี้มาแนะนำคราวนี้ก็เพราะกระผมมีความเห็นว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับระบบเสียงได้อย่างเห็นผลจริง  ทั้งสองตัวนั้นมีราคาต่างกันมากถึง 3 เท่า คุณภาพที่ได้ก็มากน้อยลดหลั่นกันไปตามระดับราคาของมัน  ทั้งหมดที่ Magnet/LC-1 ให้ออกมานั้น AudioPrism /Foundation 1 ก็ให้ออกมาได้เหมือน ๆ กัน ในขณะที่บางคุณสมบัติที่ Foundation 1 ให้ออกมานั้น LC-1 อาจจะให้ได้ไม่มากเท่าในแง่ของความใส  ความโปร่งสะอาดของเสียง  รายละเอียดเหล่านี้ทั้งสองตัวให้ออกมาได้ใกล้เคียงกัน  แต่ Foundation 1 ให้เนื้อเสียงที่มีความนุ่มเนียนได้ดีกว่า LC-1 พอสมควร นั่นคือความแตกต่างที่เด่นชัดซึ่งทำให้ Foundation 1 ให้น้ำเสียงที่ละมุนหูมากกว่านั่นเอง

                แต่เมื่อใช้ราคาขายมาเทียบสัดส่วนก็บอกได้เลยว่าทั้งสองตัวนี้ให้ประสิทธิภาพที่คุ้มค่ากับการลงทุนมาก  การตัดสินใจจึงเป็นเรื่องของคุณด้วยกฎแห่งความเป็นจริงที่ว่า “จ่ายมากได้มาก จ่ายน้อยก็ได้น้อย” นั่นแหละครับ

                                                 .....................................................